เลโก้เรือรบ ยามาโตะ – แรร์ไอเท็มที่สาวกเลโก้พลาดไม่ได้

เลโก้เรือรบ ยามาโตะ - แรร์ไอเท็มที่สาวกเลโก้พลาดไม่ได้

เลโก้เรือรบ หากจะกล่าวถึง เรือรบ เราคงจะหนีไม่พ้น เลโก้ เรือรบยามาโตะลำนี้เป็นแน่ หนึ่งในเลโก้ที่มีนักสะสมแสวงหาไม่น้อยเลยทีเดียว บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเลโก้ เรือรบนี้กันค่ะ มาดูกันเลย

SHOP NOW

เรือยามาโตะเลโก้เรือรบอีกหนึ่งเลโก้ที่น่าสะสม ?

SHOP NOW 

เลโก้เรือรบ  นี้ได้ถอดแบบมาจาก  เรือประจัญบานยามาโตะ ซึ่งเป็นเรือประจัญบานขนาดยักษ์ ซึ่งชื่อของเรือยักษ์นี้ได้ถูกตั้งตามชื่อแคว้นยามาโตะ ซึ่งเป็นแคว้นโบราณในประเทศญี่ปุ่นดินแดนอาทิตย์อุทัย เจ้าเรือนี้เป็นเรือประจัญบานชั้นยะมะโตะลำแรกของกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นเลยทีเดียว ทั้งยังเป็นเรือประจัญบานขนาดใหญ่ที่สุดและมีอาวุธทรงประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ญี่ปุ่นสามารถสร้างได้ ด้วยระวางขับน้ำ 72,800 ตันและปืนใหญ่ขนาดปากลำกล้อง 460 มิลลิเมตร (18 นิ้ว) ซึ่งเรือทั้งสองลำได้จมลงในระหว่างสงคราม

ทั้งเรือรบลำนี้ยังมีความหมายอันยิ่งใหญ่สำหรับจักรวรรดิญี่ปุ่นในฐานะสัญลักษณ์ด้านนาวิกานุภาพของชาติ โดยคำว่า “ยามาโตะ บางครั้งก็หมายถึงประเทศญี่ปุ่น และถูกเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกันจมช่วงปลายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปฏิบัติการฆ่าตัวตายเท็งโง ซึ่งการจมของเรือรบยะมะโตะ บางครั้งถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นอีกด้วย

สำหรับการออกแบบและการสร้างเจ้าเรือยักษ์ลำนี้ ในช่วงระหว่างคริสต์ทศวรรษที่ 1930 รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปลี่ยนไปสู่ความเป็นชาตินิยมอย่างเข้มข้นด้วยทรรศนะสู่จักรวรรดิญี่ปุ่นอันยิ่งใหญ่ ญี่ปุ่นได้ถอนตัวออกจากสันนิบาตชาติในปี ค.ศ. 1934 และยกเลิกสนธิสัญญาที่เคยทำไว้ทั้งหมดอีกด้วย

ภายหลังจากการถอนตัวจากสนธิสัญญารัฐนาวีวอชิงตันซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่จำกัดขนาดเรือและอำนาจการยิงของเรือหลวง กองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นได้เริ่มออกแบบเรือประจัญบานชั้นใหม่ คือ ชั้นยะมะโตะ การออกแบบเรือได้เสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1937 เมื่อเริ่มวางกระดูกงู ญี่ปุ่นได้พยายามอย่างยิ่งที่จะปกปิดเป็นความลับไม่ให้เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของอเมริการู้ถึงการดำรงอยู่และข้อมูลลักษณะของเรือ ญี่ปุ่นได้กล่าวอ้างว่าปืนใหญ่หลักของเรือมีขนาดเพียง 16 นิ้ว จากความพยายามนี้เองทำให้จวบจนเกือบสิ้นสุดสงครามจึงได้ทราบถึงระวางขับน้ำและขนาดลำกล้องปืนใหญ่หลักที่แท้จริง ยะมะโตะเป็นเรือลำแรกในชั้น

เหล่าเสนาธิการนั้นยอมรับว่าญี่ปุ่นนั้นไม่สามารถแข่งขันทางผลผลิตของอู่ต่อเรือกองทัพกับสหรัฐอเมริกาได้ ดังนั้นเรือชั้นยะมะโตะต้องสามารถต่อสู้กับเรือประจัญบานฝ่ายศัตรูได้พร้อมกันทีละหลายลำเรือแต่ละลำมีระวางขับน้ำมากกว่า 70,000 ตัน และหวังว่าอำนาจการยิงของเรือจะชดเชยส่วนต่างของความสามารถในการต่อเรือเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา

ยะมะโตะได้รับการวางกระดูกงูที่เมืองฮิโรชิม่า ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1937 ต้องมีการดัดแปลงอู่เรือให้สามารถรองรับลำเรือที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารได้ อู่ลึก 1 เมตร มีการติดตั้งเครนขา ที่ยกของที่มีน้ำหนักได้ถึง 350 ตัน ด้วยความหวาดกลัวว่าสหรัฐอเมริกาจะรู้ในลักษณะของเรือ ญี่ปุ่นจึงสร้างกระโจมคลุมเหนือช่องว่างระหว่างท่าเทียบเพื่อป้องกันการพบเห็นในการสัญจรอีกด้วย

เรือยะมะโตะถูกปล่อยลงน้ำในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1940 โดยมีนาวาเอก มิยาซาโตะ ชุโตกุ (Miyazato Shutoku) เป็นผู้บังคับการเรือลำนี้

ต่อมาได้มีการนำเรื่องราวของเรือรบยะมะโตะมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ในปี 2548 โดยใช้ชื่อว่า Otoko-tachi no Yamatoหรือในประเทศไทยใช้ชื่อว่า ยะมะโตะ พิฆาตยุทธการ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการทำสงครามของเรือรบยะมะโตะและชีวิตของลูกเรือระหว่างสงคราม และภาพยนตร์เรื่องล่าสุดคือ 2199 ยะมะโตะกู้จักรวาล (Space Battleship Yamato) กำกับโดย ทาคาชิ ยามาซากิ และนำแสดงโดย ทาคุยะ คิมูระ เข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

และยังได้มีการนำเรือนยามาโตะมาเป็นการ์ตูน,เกมส์ ซึ่งการ์ตูน ชื่อ เรือรบอวกาศยามาโตะ Space Battleship Yamato กำกับโดยเรอิจิ มัสสึโมโต้ ฉายทางโทรทัศน์ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 3 ภาค ในปี พ.ศ. 2517 2521 2523 จำนวน 127 ตอน นำไปตัดต่อใหม่ พากย์เสียงภาษาอังกฤษ ฉายในสหรัฐอเมริกาในชื่อว่า Space Cruiser Yamato ต่อมาจึงค่อยเปลี่ยนชื่อเป็น Star Blazers ระหว่างปี พ.ศ. 2523 – 2525 จำนวน 137 ตอน และสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายในโรง จำนวน 5 ภาค ระหว่างปี พ.ศ. 2520 – 2526

ล่าสุดในเกมส์ kantai collection กับ anime ซีรีส์ประกอบเกมส์ ได้นำเสนอภาพลักษณ์ของเรือยะมะโตะในรูปแบบของสาวน้อยเรือรบสุดน่ารักเป็นที่นิยมจำนวนมากอีกด้วย และมีการปรากฏตัวของยามาโตะในเกม World of Warships โดยจะเป็นเรือประจัญบาน ลำสุดท้ายของผังวิทยาการของเรือประจัญบานญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ

ฮาวทู ดูอย่างไรเลโก้แท้ -เลโก้เทียม ?

หากจะกล่าว เลโก้ คงมีหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เลโก้แท้หรือเลโก้ที่เราเล่นกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเลโก้แท้หรือไม่ บทความนี้จะชวนทุกคนมาทำความรู้จัก ฮาวทูวิธีดูเลโก้แท้ – เทียม อีกด้วย                 

การสังเกตแรกเริ่มต้นจาก แบรนด์และยี่ห้อ สำหรับข้อแรกนี้และถือเป็นข้อสำคัญเลยก็ว่าได้ นั่นคือส่วนของแบรนด์นั่นเองครับโดย Lego แท้นั้นจะต้องมีโลโก้รูปตัวต่อ Brick สีแดง และโลโก้คำว่า LEGO สีขาวขอบสีเหลืองอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมสีแดงเท่านั้น หากเป็นของปลอมหรือของเลียนแบบต่างๆ ก็จะเป็นยี่ห้ออื่นๆ ที่ใช้ฟอนต์และรูปแบบคล้ายๆ กันแต่ชื่อจะแตกต่างออกไปเช่น LEBO, LERO, LEPIN, PIN BA, MAGA ไปจนถึง OBM เป็นต้น ดังนั้นการเช็คจากโลโก้และชื่อแบรนด์จึงสามารถคัด เลโก้ปลอม ออกไปได้มากทีเดียวยกเว้นในกรณีจะเจองานก๊อปปี้ Mirror เท่านั้น ซึ่งก็สามารถตรวจสอบได้จากข้ออื่นๆ ต่อไปค่ะ

มาดู คุณภาพของวัสดุ สำหรับข้อต่อมาก็คือเรื่องของวัสดุครับ โดย Lego แท้ วัสดุจะมีความทนทานแข็งแรง ทนต่อแรงกดทับ แรงขูดขีด กันน้ำกันฝุ่น เรียกได้ว่าทำตก หล่น เผลอนั่งทับหรือเผลอเหยียบก็ไม่มีปัญหา มาพร้อมกับสีที่มีความสด สวยงาม ลายสกรีนทั้งในชิ้นส่วนต่าง ๆ และหน้าตาเสื้อผ้าตัวละคร Minifigures ที่มีความคมชัดติดทนนานไม่ลอกหลุดหรือจางง่าย ๆ และยังปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย มั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอนแม้จะเผลอเอาเข้าปากก็ตาม ในขณะที่ Lego ปลอมเห็นแค่ภายนอกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นของปลอม โดยตัววัสดุจะไม่แข็งแรงและเปราะบางเพราะแค่ทำหล่นก็อาจจะแตกหักได้ในครั้งเดียว สีที่หลุดลอกได้ง่ายและซีดได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน รวมถึงสารปนเปื้อนต่าง ๆ ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยหรือไม่อีกด้วย งานนี้ต้องเช็คกันให้ดี ๆ เพราะอาจนอกจากจะได้ของที่ไม่มีมาตรฐานแล้วยังอาจจะเจอปัญหามลพิษต่อร่างกายได้อีกด้วยค่ะ

ต่อมาเป็น ปุ่ม Stud และการต่อ ข้อนี้เป็นอีกข้อที่นำเอกลักษณ์ความเป็นเลโก้มาใช้ในการแยกของแท้และของปลอม โดยให้ดูจากปุ่ม Stud ที่จะมีขนาดเท่ากันทั้งหมด ที่ปลายจะมีคำว่า Lego นูนขึ้นมาเห็นได้อย่างชัดเจน ถ้าเป็นของปลอมบางตัวก็จะไม่มีอักษรนูนขึ้นมาหรือถ้ามีก็จะไม่ใช่คำว่า Lego อย่างแน่นอน อีกจุดคือด้านหลังของตัว Brick สำหรับนำ Stud มาต่อ ถ้าเป็นของแท้จะสามารถประกบและเชื่อมต่อกันได้อย่างพอดีและมีความทนทานสูง จะถอดออกและต่อกันอีกกี่ครั้งก็ไม่มีอาการหลวมหรือหลุดออกมาง่ายๆ แต่อย่างใด ในขณะที่ของปลอมเพียงต่อไม่กี่ครั้งก็จะเกิดอาการหลวม เชื่อมต่อกันได้ไม่แน่นหนา หลุดออกจากกันได้เองอย่างง่ายดาย รวมถึงออกแบบช่องต่อกันไม่พอดีบางครั้งอาจจะเชื่อมต่อกันไม่ได้นั่นเอง

ถัดไปเป็น ราคา ข้อนี้ถือเป็นอีกข้อหนึ่งที่จัดว่าช่วยแยกระหว่าง ของแท้และของปลอม ออกไปได้มากทีเดียว นั่นก็คือเรื่องของราคา ตามคำที่บอกว่า “ของดีมีคุณภาพนั้นก็ย่อมต้องแลกมากับราคาที่สูงขึ้น” นั่นเอง โดยเหล่าคนเล่นและสะสมเลโก้จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เลโก้แท้ต้องแพง! นั่นหมายความว่าถ้ามีราคาที่สูงก็มั่นใจได้กว่า 70% ว่าเป็นเลโก้แท้อย่างแน่นอน ในขณะที่ถ้าเจอเลโก้ที่ราคาเบาๆ ก็คิดได้ 2 อย่างคือ 1. กำลังเข้าร่วมโปรโมชั่นลดราคา และ 2. เป็นเลโก้ปลอม ซึ่งหากไม่มั่นใจว่าเป็นของแท้หรือไม่ก็ให้เช็คกับผู้จัดจำหน่ายให้แน่ใจก่อนโดยผู้จัดจำหน่ายทางการในประเทศไทยได้แก่ Mercular.com, DKSH, Central และ ToysRUs เป็นต้น ถ้าซื้อจากแหล่งดังกล่าวก็มั่นใจได้เลยว่าแท้ 100% อีกด้วยค่ะ

ข้อสังเกตสุดท้ายคือ ชื่อชุดและชื่อลิขสิทธิ์ สำหรับข้อสุดท้ายที่ช่วยให้ดูออกว่าเป็นของแท้หรือของปลอมนั้นจะใช้จุดแข็งของ Lego นั่นก็คือในเรื่องของลิขสิทธิ์นั่นเอง โดยในปัจจุบัน Theme และซีรีส์พิเศษจาก Lego ที่มาจากภาพยนตร์หรือเกมต่างๆ นั้นจะเป็นการที่ทาง Lego ได้ลิขสิทธิ์มาแต่เพียงผู้เดียว เช่น Theme Star Wars, Ninjago, Batman และ Harry Potter เป็นต้น และหากเป็นของเแท้หน้ากล่องจะใช้ชื่อที่ถูกต้องตามซีรีส์ต่างๆ แต่ถ้าเป็นของปลอมด้วยข้อจำกัดทางด้านลิขสิทธิ์ทำให้ไม่สามารถใช้ชื่อดังกล่าวได้ บนกล่องจึงเปลี่ยนไป เช่น จาก Star Wars กลายเป็น Ninjawars หรือ Ninjago กลายเป็น Ninjaboy เป็นต้น ดังนั้นหากเห็นชื่อแปลกๆ ต่างไปจากชื่อดั้งเดิมของซีรีส์ต่างๆ ก็บอกได้เลยว่าเป็นของปลอมอย่างแน่นอนเลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ‘เลโก้เรือรบ  ’ และประวัติของเรือยประจัญบานยามาโตะนี่น่าสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะค่ะ หากใครสนใจสามารถไปหาซื้อกันแล้ว หรือจะสั่งทางออนไลน์ก็ได้นะคะ พร้อมแล้วไปต่อเลโก้กันเลยค่ะ