เลโก้ 1000 ชิ้น ลดช่องว่างระหว่างพ่อแม่และลูกน้อย

เลโก้ 1000 ชิ้น ลดช่องว่างระหว่างพ่อแม่และลูกน้อย

เลโก้ 1000 ชิ้น เมื่อถึงช่วงหนึ่งที่เด็กน้อยเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง รู้จักการต่อต้าน รู้จักการทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น พ่อแม่หลายคน อาจจะกำลังกังวลเรื่องความเปลี่ยนแปลงในสายสัมพันธ์กับลูกตัวเองอยู่ ไม่มากก็น้อย บางคนถึงกับตัดพ้อว่าไม่อยากให้วัยเด็ก ของลูกผ่านไปอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้คงดีกว่า คงเป็นเพียงคำเปรียบเปรยที่ฝืนธรรมชาติเกินไปมาก และ ก่อนที่เด็กน้อยของเราจะเริ่มห่าง อ้อมอกไปไกลก็ยังเหลือเวลาอีกหลายปี ระหว่างนี้พ่อแม่ควรมีเวลาหา กิจกรรมเล่นกับลูก เป็นระยะ เพราะส่วนหนึ่งที่เด็กหลายคนเริ่มออก ห่างพ่อแม่ก็มาจากการไม่มีเวลาให้กันนั่นเอง

สำหรับพ่อแม่วัยทำงานส่วนใหญ่ ย่อมมีเวลาว่างไม่มาก บ่อยครั้งที่การเลี้ยงลูกต้องตกไปอยู่กับญาติผู้ใหญ่ในบ้าน บ้าง พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างมาบ้าง และเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่าง เด็กกับผู้ปกครอง หากสบจังหวะว่างอาจจะเข้าไปมีส่วนช่วยแนะนำการบ้านให้ลูก เข้าไปพูดคุย และ รับฟังเรื่องราวของลูก หรือเข้าไปมีร่วมในการเล่นของลูกบ้างก็จะช่วยให้ช่องว่างน้อยลง โดยของเล่นจำพวก เลโก้ 1000ชิ้น ก็เป็นกิจกรรมที่ พ่อแม่ขอเข้าไปมีส่วนร่วมกับลูกได้ง่าย

เลโก้ 1000 ชิ้น

เลโก้ 1000 ชิ้น ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

พ่อแม่หลายคนคงมีคำถามอยู่บ้างว่า ทำไมการต่อเลโก้จึงเป็นกิจกรรมที่ร่วมทำกับลูกแล้วให้ผลดี ทั้ง ๆ ที่เป็นของเล่นที่ดู ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรหวือหวามากนัก ซึ่งต้องพูดกันตามตรง ว่าเป็นของเล่นที่ดูเรียบเฉยจริงหากมองแค่ผิวเผิน แต่ในมิติที่ลึกลงไปแล้ว Lego เป็นของเล่นรุ่นบุกเบิกที่ได้รับความนิยมระดับโลก เป็นตัวต่อที่ทรงอิทธิพลมากทีเดียว ซึ่งความธรรมดาที่เรามองเห็นแบบผิวเผินนั้นจะดูน่าสนใจขึ้นมาทันที เมื่อได้นำมาจัดวางใหม่ ตามการจินตนาการของผู้เล่น แม้จะเป็นแค่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่มีลูกเล่น แต่เมื่อประกอบเข้ากัน หลาย ๆ ชิ้นจนเป็นรูปทรงตามต้องการเราก็จะได้ชิ้นงานแปลกใหม่ออกมา ซึ่งสำหรับเด็กแล้ว การสนับสนุนจิตนาการของของเขาในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะเป็นผลดีในอนาคตนั่นเอง

                ความพิเศษของ เลโก้1000 ชิ้น นั้นอยู่ที่ความไร้ขอบเขต หมายความว่าผู้เล่นสามารถนำเลโก้แต่ละชิ้น แต่ละสีมาประกอบเข้ากันจนเป็นรูปร่างตามจิตนาการได้ โดยไม่ได้จำกัดว่าต้องสร้างเป็นรูปร่างใด สำหรับวัยเด็กการเป็นอิสระทางจินตนาการก็จะช่วยฝึกฝนความคิด ทักษะการแก้ปัญหา และ สร้างสมาธิไปในตัวได้ ซึ่งในการเข้าร่วมกิจกรรมต่อเลโก้กับลูก คนเป็นพ่อแม่อาจจะคอยรับบทเป็นผู้สังเกตการณ์มองดูพัฒนาการของลูก เป็นผู้สนับสนุนความคิดของลูกในบางครั้ง หรือจะลงมือช่วยลูกต่อเลโก้เลยก็ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ถือว่าได้ใช้เวลาร่วมกับลูกแล้ว

รูปทรงการต่อเลโก้บอกความคิดเด็กได้

                กิจกรรมต่อ เลโก้1000 ชิ้น ของเด็ก ๆ นั้นมีการประเมินออกมาว่า รูปร่างชิ้นงานที่ทำออกมา สามารถบ่งบอกลักษณะนิสัย หรือ ความคิดของเด็กคนนั้นได้ ซึ่งการจะทราบว่าเด็กแต่ละคนชอบอะไร และ ทำชิ้นงานแบบไหนออกมาบ่อย นั้น ผู้ปกครองจะต้องหมั่นสังเกตอยู่เสมอ เมื่อสังเกตเห็นแล้วว่าลูก ๆ ชื่นชอบอะไรก็สามารถนำมาลองเทียบกับผลประเมินที่เรายกมาฝากได้

                – เด็กที่มักต่อเลโก้เป็นรูปยานพาหนะ เช่น รถไฟ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน เป็นต้น คาดคะเนได้ว่าชอบการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ชอบที่จะเดินทางไปที่ต่าง ๆ เป็นคนที่ตั้งใจกับสิ่งที่เป้าหมายไว้

                – เด็กที่มักต่อเลโก้เป็นรูปสิ่งปลูกสร้าง จำพวกอาคารที่มีหลายชั้น บ้านของตัวเอง บ่งบอกว่าเป็นคนที่ชอบการวิเคราะห์คำนวณ กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่ชอบการถูกบังคับ

                – เด็กที่มักต่อเลโก้เป็นรูปดอกไม้ และ ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนที่ชอบการออกท่องโลก ชอบหาประสบการณ์ใหม่ และ มีความเป็นนักสร้างสรรค์สูง

                – เด็กที่มักต่อเลโก้เป็นรูปสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่า แสดงให้ถึงจิตใจที่มีความเห็นใจผู้อื่น อ่อนโยน และ มีน้ำใจมาก อีกทั้งยังชอบความเป็นอิสระด้วย

                – เด็กที่มักต่อเลโก้เป็นรูปคน อาจบ่งบอกได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ชอบการเข้าสังคมระดับหนึ่ง แต่ก็มีน้ำใสใจจริงให้คนรอบข้าง และ ชอบดูแลคนรอบข้าง

                ผลการประเมินข้างต้นที่เราไล่เลียงมาอาจจะไม่ได้แม่นยำที่สุด แต่เป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้พ่อแม่ทราบว่าลูกกำลังสนใจอะไร มีภาวะภายในจิตใจเป็นอย่างไร เมื่อพ่อแม่ทราบความต้องการ ของลูกแล้ว ก็จะนำไปสู่การส่งเสริมพัฒนาการและ ความสามารถที่เหมาะสมกับลูกในลำดับถัดไป นั่นเอง

Social Media มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กน้อย

                เด็กเล็กเป็นช่วงวัยที่กำลังเลียนแบบคนรอบตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปัจจุบันมี Social Media ที่ทำให้เด็กเล็กเข้าถึงเนื้อหาอะไรบางอย่างโดยขาดการไตร่ตรองก็มาก จนเป็นผลให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบที่ไม่น่ามองนัก และ ปัญหาที่ว่านี้พ่อแม่จะต้องรู้ตัวให้ไว และ แก้ไขให้ทันเวลา หากปล่อยนานไปจะทำให้ลูกแก้ไขพฤติกรรที่ไม่ดีเหล่านั้นได้ยาก ในเบื้องต้นสามารถแก้ไขได้โดยการจัดตารางกิจกรรมที่อยู่ห่าง Social Media ให้ลูก อย่างเช่น การต่อ เลโก้1000 ชิ้น รอเวลาอาหารเย็นแทนการใช้ Social Media เพื่อรอเวลา  หรือพ่อแม่จะทำข้อตกลงกับว่าลูกสามารถใช้ Social Media ได้นานแค่ไหน หากไม่ได้ทำตามข้อตกลงจะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนอะไร เป็นต้น

พ่อแม่คือผู้สนับสนุนที่ดีของลูก

ในวัยเด็กหากค้นพบความต้องการ เร็วและ ได้รับการสนับสนุนอย่างถูกทาง ก็จะส่งผล ให้การเติบโตของเราดีตามไปด้วย เพราะมีหลายคนหลงทางอยู่นานกว่าจะเจอสิ่งที่ชอบ การเป็นผู้ใหญ่ก็เหมือนกับ เลโก้1000 ชิ้น ที่ประกอบกันหลายชิ้นเพื่อเกิดเป็นรูปร่างตามที่ตั้งใจ ต่อถูกบ้างต่อไม่ตรงบล็อกก็มี ต้องแก้ไขอยู่หลายครั้ง จนกว่าจะได้เป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ ซึ่งชิ้นส่วนเลโก้เหล่านั้นก็เปรียบได้กับประสบการณ์ การเรียนรู้ การศึกษา และ ผู้สนับสนุนที่จะช่วยให้เราประสบผลสำเร็จในชีวิต แรงสนับสนุนที่สำคัญของเด็กคนหนึ่งย่อมมาจากพ่อแม่นั่นเอง  และ เด็กคนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีตั้งแต่แรกย่อมเติบโตมาอย่างมีคุณภาพแน่นอน